จะเข้ เครื่องดนตรีสายสัญชาติมอญที่กำลังจะเลือนหาย

จะเข้ เครื่องดนตรีสายสัญชาติมอญที่กำลังจะเลือนหาย

                จะเข้ เครื่องดนตรีเก่าแก่ที่กำลังจะเลือนหายไป แทบจะไม่มีคนพูดถึงเลย ด้วยวิธีการเล่นที่เด็กสมัยนี้ต่างมองว่ายาก เจ็บนิ้วมือ ซึ่งการเล่นดนตรีไทยส่วนใหญ่แล้วต้องใช้ความอดทนสูง โดยเฉพาะเครื่องดนตรีสายที่ต้องใช้มือกด กอนิ้วอย่าง จะเข้ ถือว่าอาศัยเทคนิคเยอะมากทีเดียว อีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่คุ้นชินกับเสียง มองว่าแปลก แต่หากจะให้เปรียบเทียบคล้ายกับเสียง มยุระวีณาเครื่องดนตรีสัญชาติอินเดียที่มีความก้องกังวานและนุ่มนวนกว่า

สื่อออนไลน์ทำให้รู้จักกับเครื่องดนตรีโบราณ จะเข้ เสน่ห์ความเป็นไทย

                เครื่องดนตรีของไทยไม่ว่าจะมีกลิ่นอายของสัญชาติอื่นเข้ามาผสมอยู่ด้วยก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์ในตัวทั้งสิ้นและเมื่อนำมาบรรเลงเพลงไทยโบราณ มักทำให้เกิดความน่าหลงใหล แน่นอนว่าในคนรักในดนตรีไทยมักจะพยายามนำเสนอเพลงไทยเพราะ ๆ ลงสื่ออนไลน์อย่าง YOUTUBE เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสความงดงามผ่านเสียงเพลง นำไปสู่การค้นหาข้อมูล เพื่อทำความรู้จักกับเครื่องดนตรีนั้น ๆ มากขึ้น ซึ่งสำหรับ จะเข้ เป็น เครื่องดนตรีไทย ได้รับอิทธิพบมาจากมอญประเภทเครื่องดีด มี 3 สาย พัฒนามาจาก กระจับปี่ ซึ่งมี 4 สาย  ที่ต้องยกแนบกาย แต่พอถูกปรับใหม่จึงนำมาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก อีกทั้งตามประวัติศาสตร์เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ในสมัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่นานเมื่อจะเข้ได้รับความนิยมจึงทำให้กระจับปี่ค่อย ๆ หายไป

จะเข้

ความละเอียดสื่อผ่านลักษณะเด่นของ จะเข้

เครื่องดนตรีทำจากไม้ขนุนมีสองตอนคือหัวกระพุ้งใหญ่ ส่วนหางและทั้งสองท่อนนั้นถูกขุดเป็นโพรงตลอด วางระนาบกับพื้นเพื่อให้การเล่นสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยทุ่นแรงได้มากทีเดียว เพราะการเล่นดนตรีชิ้นนี้จะต้องใช้แรงกดไปที่นิ้วมือและกอไปมาเพื่อให้ได้เสียงที่ไพเราะ ซึ่งความยาวอยู่ที่ประมาณ 130 – 132 ซม. ในตอนที่บรรเลงดีดด้วยไม้ดีดกลมปลายแหลม อีกหนึ่งวัสดุที่มีราคาแพงกว่ารูปแบบแรกคืองาช้างหรือกระดูกสัตว์

บรรเลงเพลงอันไพเราะต้องรู้จำนวนสายของจะเข้ พร้อมการให้เสียง

จะเข้ประเภท ดนตรีเครื่องดีดมีเพียง 3 สาย ทำมาจากเส้นไหมหรือเอ็น ซึ่งใความไพเราะที่ต่างกันและความชื่นชอบส่วนบุคคล โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • สายเอกมีทั้งแบบทำจากเอ็นหรือไหม จะอยู่ด้านนอกสุดของจะเข้ โดยเมื่อเป็นสายเปล่าจะให้เสียงโด ลองดีดเทสเสียงจะพบว่าเมื่อไล่ไปจนถึงนมที่ 11 เป็นเสียงซอลสูง
  • สายทุ้มมีทั้งแบบทำจากเอ็นหรือไหม จะอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง โดยเมื่อเป็นสายเปล่าให้เสียงซอลต่ำ ลองดีดเทสเสียงจะพบว่าเมื่อไล่ไปจนถึงนมที่ 11 เป็นเสียงเรสูง
  • สายลวด จะอยู่ในตำแหน่งติดกับตัวผู้เล่น โดยทำมาจากลวดทองเหลือง โดยเมื่อเป็นสายเปล่าเป็นเสียงโดต่ำ ลองดีดเทสเสียงจะพบว่าเมื่อไล่ไปจนถึงนมที่ 11 เป็นเสียงซอล
จะเข้

ฝึกเล่นและทำความรู้จัก เครื่องดนตรีจะเข้ กับส่วนประกอบสำคัญ

            ทุกส่วนของเครื่องดนตรีคนที่จะหัดเล่นจะต้องทำความรู้จักและเข้าใจการทำงาน เพื่อที่จะได้บรรเลงเพลงได้อย่างไพเพราะอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะจะเข้เครื่องดนตรีที่เรียกได้ว่าเล่นยากมากทีเดียว จึงต้องใช้เวลาในการศึกษา หากพร้อมแล้วไปเรียนรู้พร้อมกันว่ามีส่วนประกอบตรงไหนบ้าง

  1. ตัวเครื่องดนตรีจะเข้ เมื่อมองแวบแรกจะรู้สึกคล้ายไม้พาย ซึ่งมีลายละเอียดลาดลงทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ได้เสียงที่หนักแน่น ก้องกังวาน
  2. ขาจะเข้ มีจำนวนทั้งหมด 5 เท้าทำเป็นรูปใบบัวและลูกแก้วเพื่อความสวยงาม โดยจะติดตอนที่เป็นกระพุ้ง 4 เท้า และติดตอนด้านปลายอีก 1 เท้า ความสูงจากพื้นประมาณ 8.5 cm
  3. ลูกบิด เป้นชิ้นส่วนที่อยู่หัวสุด ผูกสายใช้สำหรับในการเทียบเสียงมี 3 อัน ยาวประมาณ 22 cm.
  4. หลัก เป็นส่วนที่ทำจากโลหะมีความสำคัญเพราะทำหน้าที่ตรึงและผูกสาย อยู่ในตำแหน่งหัวของจะเข้
  5. โต๊ะรองสาย เป็นชิ้นส่วนที่รองรับน้ำหนักจึงต้องมีความคงทน ทำด้วยทองเหลืองหรือทองขาว กว้างประมาณ 4 cm. ยาวประมาณ 8 cm. และสูงประมาณ 2 cm. 
  6. แหน ถือว่าเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญอย่างมาก เสียงจะใสชัดหรือไม่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการวาง ซึ่งในการปรับนั้นผู้เล่นจะต้องฟังเอง โดยลักษณะนั้นจะเป็นผิวไม้ไผ่บาง ๆ เล็ก ๆ ทำหน้าที่รองรับสายเอกและสายทุ้ม 1 อัน และสายลวดอีก 1 อัน
  7. นม เป็นชิ้นส่วนที่จะเกิดเสียงสูง ต่ำได้ก็ต่อเมื่อได้รับแรงกดจากนิ้วด้วยเช่นกัน โดยจะมีทั้งหมด 11 นม หากอยู่ด้านบนเรียกว่า “สาบ” ไม่ติดกับสายของจะเข้ ส่วนนมอีกชิ้นอยู่ติดกับหย่องจะสูงประมาณ 3.5 cm. อันสุดท้ายสูงประมาณ 2 cm. ซึ่งมีโต๊ะรองสายความสูงที่ประมาณ 2.5-3 cm.
  8. หย่อง เป็นชิ้นส่วนที่ทำจากกระดูกหรืองารองสายตอนปลาย โดยทั้ง 3 สายจะสอดเข้า
  9. รางไหมถึงฝารางไหม รางไหมมีลักษณะเป็นรูกว้าง 3 cm. ยาวประมาณ 19 cm. เพื่อให้สอดสายเข้าไปถึงลูกบิดได้ และฝารางไหมจะด้วยงาหรือไม้เหลามาปิดประกบเพื่อความสวยงาม
  10. หย่องหรือซุ้ม มีลักษณะเป็นซุ้มบากเป็นซี่ ๆ เพื่อให้ทั้งสามสายแยกออกจากกันก่อนนำไปผูกกับลูกบิด ซึ่งตัวหย่องทำเป็นรูปซุ้ม สูงประมาณ 8 cm. กว้างประมาณ 6 cm.  สูงประมาณ 8 cm. กว้างประมาณ 6 cm. 
  11. สาย ทั้งหมดมี 3 สาย โดยจะแยกวัสดุที่ทำเป็น 2 สายทำจากไหมและอีก 1 สายทำจากลวด ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้สายเอ็นเบ็ดตกปลามา เนื่องจากเหนียวขาดยาก
  12. ไม้ดีด เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญใช้ในการบรรเลงเพลงทำด้วยไม้ งาช้าง หรือกระดูกสัตว์ มักลักษณะเป็นแท่งกลม ๆ ปลายเรียวเล็ก กว้างประมาณ 1 cmยาวประมาณ 5-8 cm เนื่องด้วยต้องใช้นิ้วในการกอให้เกิดเสียงด้านบนจึงผูกเชือกติดกับไม้ดีด เวลาดีดจะได้ไม่หลุด

จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีที่ถึงแม้ว่าใกล้จะเลือนหายไป แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคงอนุลักษณ์ไว้อย่างคุณเก่ง ธชย เป็นนักร้องไทยคนเดียวที่เล่นอยู่ ณ ปัจจุบันและมักนำไปแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศเสมอ เชื่อว่าสิ่งนี้แหละที่จะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจและรู้จักเครื่องดนตรีในประวัติศาสตร์โบราณ ซึ่งมีเสียงที่ไพเราะไม่แพ้เครื่องดนตรีชิ้นอื่น

https://www.matichon.co.th/entertainment/news_212099

https://www.musicarms.net/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%94-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99/

Credit by : Ufabet